ผลบอลสด - Saturday, May 18, 2013

ความเป็นมาของฟุตบอลไทยตั้งแต่อดีต

ฟุตบอลไทย - ผลบอล

สำหรับฟุตบอลลูกกลมในประเทศไทยนับได้ว่ามีประวัติค่อนข้างยาวนานพอสมควร แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าวงการฟุตบอลไทยเรามีการพัฒนาที่ค่อนข้างช้า เพิ่งจะมาเป็นที่นิยมพักหลังๆมานี้เอง ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทำให้หลายๆอย่างไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นสนาม กรรมการ แฟนบอล และนิสัยของผู้เล่น ดังที่เราจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ ที่ ผลบอล หลายๆนัด มักจะมีเรื่องกันในสนาม ความเจริญก้าวหน้าของฟุตบอลภายในประเทศไทยได้แผ่ขยายไปสู่สโมสรกีฬาต่างจังหวัดอย่างรวดเร็ว โดยการให้การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ หลายๆหน่วยงาน

ฟุตบอลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านทรงเล็งเห็นการณ์ไกลว่าควรที่จะตั้งศูนย์กลางหรือสมาคมอย่างมีระบบแผนที่ดี โดยพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ทรงเล่นฟุตบอลเอง รัชกาลที่ 6 ได้ทรงมีวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามเพื่อให้ผู้เล่นฟุตบอลมีพลานามัยที่สมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความสามัคคีกันในหมู่คณะ เพื่อให้เกิดไหวพริบและเป็นนักกีฬาที่ดี เพื่อเป็นการศึกษากลยุทธในการรุกและรับเช่นเดียวกับกองทัพทหาร และจากวัตถุประสงค์ดังกล่าว นับเป็นสิ่งที่ผลักดันให้สมาคมฟุตบอลแห่งสยามดำเนินกิจการเจริญก้าวหน้ามาจนตราบถึงทุกวันนี้ การแข่งขัน ผลบอล ที่เกิดขึ้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ณ สนามราชกรีฑาสโมสรระหว่างทีมชาติสยาม กับทีมราชกรีฑาสโมสร ต่อหน้าพระที่นั่ง และมี มร.ดักลาส โรเบิร์ตสัน เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งการแข่งขันปรากฏว่าทีมชาติสยามชนะทีมราชกรีฑาสโมสร 2:1 ประตู ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อมาถึง พ.ศ.2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามขึ้น และตราข้อบังคับขึ้นใช้ในสมาคมฟุตบอลแห่งสยามด้วยซึ่งมีชื่อว่า ส.ฟ.ท. และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า The Football Association of Thailand Under The Pratonage of His The King ใช้อักษรย่อว่า F.A.T. และสมาคมจัดการแข่งขันถ้วยใหญ่และถ้วยน้อยเป็นครั้งแรกในปีด้วย และใน พ.ศ. 2468 เป็นภาคีสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ Federations International De Football Association โดยใช้อักษรย่อว่า F.I.F.A.

สำหรับประเทศไทยคนส่วนมากยังให้ความสนใจกับลีกต่างประเทศกันมากเป็นส่วนใหญ่ ส่วนคนให้ความสนใจลีกไทยนั้นก็มีแต่จะเป็นคนบางกลุ่มเท่านั้น เชื่อว่าเมื่อฟุตบอลไทยได้มาตรฐานมากกว่านี้จะมีจำนวนแฟน ผลบอล ที่มากขึ้นตามลำดับ สื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยผลักดันฟุตบอลไทยให้เป็นที่นิยม ในปัจจุบันสื่อต่างๆก็หันมาให้ความสนใจกับลีกฟุตบอลไทยมากกันพอสมควร เชื่อว่าในอนาคตแต่ละสโมสรจะต้องมีแฟนบอลเพิ่มมากขึ้น และคงเห็นการพัฒนาฟุตบอลไทยก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น

ผลบอลลีก และทีมชาติมักสวนทางกัน

ฟุตบอลลีก - ผลบอล

จริงหรือไม่จริงไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกันครับ ที่หลายๆคนว่ากันว่า ผลบอล ลีกกับทีมชาติมักสวนทางกัน กล่าวคือ หากบอลลีกเฟื่องฟู บอลทีมชาติมักจะดร็อปลง ดังที่เราเห็นได้จากทีมชาติอังกฤษ ซึ่งผลงานลุ่มๆดอนทั้งยังมีปัญหาต่างๆมากมายตามมา หรือจะเป็นทีมชาติไทยเราเองก็ตาม ที่ขณะนี้ผลงานแทบจะทุกชุดไม่เป็นที่น่าพอใจ ตรงกันข้ามฟุตบอลลีกที่กำลังพัฒนาไปในทางที่ถูกที่ควร ฉะนั้นแล้วในบทความนี้จึงจะขอวิเคราะห์ว่าปัญหาดังกล่าวมีผลเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่

ประเด็นแรกเลยก็คือหากฟุตบอลลีกเฟื่องฟู นักเตะหลายๆคนจำต้องให้ความสนใจ ผลบอล และใส่ใจทุ่มเทกับการลงเล่น ลงซ้อมให้แก่ต้นสังกัด เพราะบอลลีกถือเป็นอาชีพของเหล่านักฟุตบอลเป็นแหล่งที่ทำเงินให้แก่พวกเขา อีกทั้งหากเล่นอยู่กับทีมใหญ่ๆดังๆด้วยแล้ว ย่อมที่จะมีแมทสำคัญๆอยู่เสมอ บรรดานักเตะเก่งๆที่ติดทีมชาติก็ต้องลงเล่นเป็นกำลังสำคัญให้สโมสร ทั้งนี้จึงทำให้บางช่วงบางเวลาที่ทีมชาติเรียกตัวไปใช้งานจึง มีหลายๆสโมสรไม่ยอมปล่อยตัวไป หรือ หากปล่อยตัวไปสภาพร่างกายก็ไม่สู้ดี เพราะผ่านเกมการแข่งขันในลีกมาเยอะ ก็เป็นเหตุผลเล็กๆน้อยที่พอจะวิเคราะห์ได้จาการสวนทางกันของบอลลีกของบางประเทศอย่าง ไทยเรา และอังกฤษ ที่ ณ เวลานี้หลายๆคนคงทราบกันดีว่า ทีมชาติอังกฤษประสบปัญหาความขัดแย้งภายในทีม ทั้งการขาดกัปตันทีม และ ผู้จัดการทีมที่ลาออกกะทันหัน แต่บอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษกลับเป็นเวทีที่ถูกยกย่องว่าคนนิยม และให้การติดตามมากที่สุดในโลก

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ปัญหาทั้งสองอย่างจะเกี่ยวเนื่องกันหรือเปล่า เป็นไปอย่างที่วิเคราะห์มาข้างต้นหรือไม่ ก็ตาม อาจจะเป็นเพียงเพราะความบังเอิญแค่ ณ. ช่วงเวลานั้นๆ แต่ปัญหาก็ย่อมได้รับการแก้ไขอยู่ดี เพราะยังไงเสีย การที่ฟุตบอลทีมชาติประสบความสำเร็จก็เป็นสิ่งที่แฟน ผลบอล ของประเทศนั้นๆ คาดหวังและอย่างจะเห็น อยากจะสัมผัสความรู้สึกในขณะที่ทีมชาติของตนประสบความสำเร็จอยู่ดี ดังประโยคที่ว่า “บอลนอกแค่สะใจแต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด”

10 อันดับนักบอลยอดแย่ของฝรั่งเศส

ดีเอโก้ ลูกาโน่ - ผลบอล

เมื่อกล่าวถึงฝรั่งเศสไม่มีใครไม่รู้จักลีกดังของประเทศนี้ โดยมีชื่อ ลีกเอิง เป็นลีกที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ และมีนักเตะชื่อดังหลายคนไปค้าแข็งในลีกนี้ เมื่อมีดาวดังมาร่วมลีกสโมสรนี้ก็ต้องมีดาวตกที่โชว์ฟอร์มแย่ตลอดทั้งฤดูกาล 2011 ไม่คุ้มกับค่าตัวที่ทางสโมสรได้เสียไป เป็นใครทีติดผล 10 อันดับยอดแย่บ้างมาดูรายชื่อกัน

1. ดีเอโก้ ลูกาโน่ ทีปารีส-แซงต์ แชร์แมง ได้คว้าตัวมาจาก เฟเนร์บาห์เช่ ด้วยค่าตัว 123 ล้านบาท กับตันทีมอุรุกวัย อายุ 31 ปีคนนี้ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มออกเลยตั้งแต่ซื้อมา ทำให้ไม่มีตำแหน่งตัวจริงในทีม

2. อาลู ดิยาร์ร่า อดีตซุป-ตาบอร์กโดซ์ ที่ฟอร์มตกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อย้ายมาร่วมทีมกับมาร์กเซย ด้วยค่าตัว 205 ล้านบาท ซึ่งทำให้เขาต้องหาทางกลับมาเป้นตัวจริงอีกครั้งให้ได้เพื่อหวังเล่นให้กับทีมชาติต่อไปในอนาคต

3. ซิดเน่ย์ โกวู จากพาธิไนกอสสู่เอวิยอง ถ้งแม้เจ้าตัวจะย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหาตำแหน่งตัวจริงในทีมเอวิยองได้ เพราะอดีตปีกผู้นี้ไม่ได้จี๊ดเหมือนสมัยที่ค้าแข็งอยู่กับลียง

4. ดิมิทรี่ ปาเยต จากฟอร์มที่กำลังร้อนแรงในทีมลีลล์ที่เขาย้ายมาซบด้วยค่าตัว 369 ล้านบาท สัญญาจ้าง 4 ปี ตอนนี้ถูกอดีตทีมชาติอังกฤษ โจ โคล คว้าตำแหน่งตัวจริงไปครอง

5. เอ็มมานูเอล ริวิแยร์ ตูลูสต้องการศูนย์หน้าเพชฆาตมาล่าตาข่าย ทางสโมสรได้ไปคว้าตัว ริวิแยร์จากทีม แซง-เอเตียน มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 246 ล้านบาท แต่ก็ผิดหวังเมื่อเขาทำประตู ผลบอล ได้เพียงประตูเดียวในการเล่น 8 นัด และยังมีอาการเจ็บรบกวนบ่อยๆ ทำให้ต้องพักแข้งหลายสัปดาห์

6. ฟาบริซ อาเบรียล หลังจากย้ายออกจากมาร์กเซ แบบไม่มีค่าตัว อาเบรียลก็ได้เดินทางมาอยู่กับนีช นีชหวังเพิ่งประสบการณ์จาก อาเบรียล เป็นอย่างมากแต่เจ้าตัวก็ทำได้ผิดหวังเช่นกัน เมื่อไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่เล่นอยู่กับ มาร์กเซได้เลย

7. ปิแอร์-อแล็ง โฟร ถึงแม้วัยจะล่วงเลยเข้าเลข 3 ไปแล้ว หลายต่อหลายทีมก็ยังให้ความสนใจกับนักเตะรายนี้พอสมควรปิแอร์-อแล็ง โฟร ตกลงย้ายมาอยู่กับ ก็อง แต่ก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ ซึ่งยิง ผลบอล ไปแค่ 4 ประตูจากการลงสนาม 17 นัดถือว่าไม่ใช่สถิติที่ดีของเขาเลย

8. ไดสุเกะ มัตซึอิ นักเตะญี่ปุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองเมื่อสมัยค้าแข้ง อยู่กับ เลอ ม็องส์เป็นที่รู้จักของแฟนเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ที่เขาย้ายเข้ามาร่วมทีมดิฌง ฟอร์มตกอย่างน่าใจหายเลยทีเดียว

9. ลีย์แนล กึต็อมบาล่า หัวหอกวัยกระเตาะคนนี้อนาคตกำลังไปได้อีกไกลพอสมควร ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแซงต์-เอเตียน ด้วยค่าตัว 102.5 ล้านบาท เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่เขาเคยมีได้เลยลงเล่น 14 เกมยิง ผลบอล ไม่ได้สักประตูเดียว

10. อิสซัม เฌอม่า ดาวยิงตูนิเซีย เป็นนักเตะที่แพงมากที่สุดของโอแซร์ แต่ค่าตัวก็ไม่สามารถบอกความสามารถของนักเตะรายนี้ได้หมดเมื่อเขาทำประตูได้แค่ 2 ประตูจากการลงสนาม 7 นัด

มารู้จักประวัติสโมสร “ลิเวอร์พูล” กัน

ลิเวอร์พูล - ผลบอล

จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูล ได้สร้างสนามฟุตบอลขึ้นมาเพื่อให้สโมสรเอฟเวอร์ตันในขณะนั้นเช่าทำการแข่งขัน และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิก ทางด้าน จอห์น โฮลดิ้ง ทำท่าว่าจะเข้าไปบริหารในทีมแต่ถูกฝ่ายบริหารสโมสรเอฟเอร์ตันในขณะนั้นยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และได้ย้ายข้ามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ และสร้างสนามขึ้นใหม่ชื่อว่า กูดีสันพาร์ค ทำให้ จอห์น โฮลดิ้ง ต้องสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาใหม่โดยใช่ชื่อว่า Liverpool Football Club และได้ชวนเพื่อนสนิท จอห์น แมคเคนน่า มานั่งประธานสโมสร หลังจากที่ตั้งสโมสรแห่งนี้ได้ไม่นาน และได้ลงแข่งขันฟุตบอลของลีก แลงคาเซียร์ ปรากฏว่าได้แชมป์มาครอง และสามารถเข้าร่วมการแข่งขันในศึกดิวิชั่น 2 ของประเทศ ในปี 1893-1894 โดยใช้สัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด หลังจากที่เข้าร่วมในศึกดิวิชั่น 2 ก็สามารถคว้าแชมป์ได้ทันที และไม่แพ้ทีมใดเลยในการแข่งขันตลอดฤดูกาล ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันทีต้องไปแข่งกับสโมสรอันดับที่สองเพื่อทำการเลื่อนชั้น และก็สามารถเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ด้วย ผลบอล 2-0 และได้เลื่อนชั้นมาเตะดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

หลังจากนั้น หงส์แดง ประสบความสำเร็จและเป็นสโมสรแนวหน้าในอังกฤษอย่างรวดเร็วคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในปี 1905/06 และเคยตกไปอยู่ ดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี 1953/54 และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรจนทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเส้นทางลีกสูงสุดอีกครั้งในปี 1961/62 และก็คว้าแชมป์ต่างๆ เป็นว่าเล่น และก็มาถึงจุดที่จะเรียกว่าตกต่ำสุดก็ได้ครั้งหลังคว้าแชมป์ลีกครั้งสุดท้าย ใน พ.ศ. 2533 เพราะหลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เลย ได้แต่ถ้วยยูโรป้า ถ้วยเอฟเอคัพ ถ้วยคาร์ลิ่งคัพ แต่แฟนๆ ผลบอล นั้นก็อยากเห็นสโมสรคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากกว่า

ปัจจุบันสนามของลิเวอร์พูลสามารถจุแฟนๆ เดอะค็อบได้ถึง 45,362 และวางแผนก่อสร้างสนามใหม่ที่มีความจุถึง 60,000 คนเลยที่เดียว และส่วนคำว่าเดอะค็อป เป็นชื่อเรียกตามชื่อเนินเขาแห่งหนึ่งในประเทศแอฟริกาใต้ ชาวเมืองลิเวอร์พูลจะเรียกว่า “สปิออนค็อป” และเป็นชื่อของอัฒจันทร์ด้านหลังและเป็นการไว้อาลัยให้กับทหารที่เข้าร่วมสงครามในปี ค.ศ.1900 และชาวเมืองลิเวอร์พูลที่เข้ามาเชียร์ ผลบอล ไปยืนฝั่งหลังประตูนั้นก็จะเรียกพวกเขาเหล่านั้นว่า “เดอะค็อป” เป็นอัฒจันทร์ยืนที่มือชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และในปี 1989 เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในเมืองฮิลว์โบโร่เกิดการถล่มของอัฒจันทร์ ทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษมีคำสั่งให้เปลี่ยนจากสนามยืนมาเป็นสนามแบบนั่งให้หมด และปิดตำนานความยิ่งใหญ่ของสนามยืนในยุคแรกลงไปโดยปริยาย

ช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดของ บียาร์เรอัล

บียาร์เรอัล - ผลบอล

ผลงานที่ผ่านมาในฤดูการนี้ของสโมสร บียาร์เรอัล จาการลงสนาม 18 นัด มีแค่ 16 คะแนน จนมีหลายๆคนพูดถึงการตกชั้นของสโมสรแห่งนี้ขึ้นมาบ้าง จากสถิติ ผลบอล ในสนาม ชนะ 3 เสมอ 7 แพ้ 8 กลายเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของสโมสร แย่กว่าเมื่อปี 1998-1999 ที่พวกเขาหล่นชั้นครั้งล่าสุดเสียอีก พวกเขาทำผลงานไม่ดีมาตั้งแต่เปิดฤดูกาลแล้ว เก็บได้เพียงแต้มเดียวจากการลงสนาม 3 นัด จนทำให้ฝ่ายบริหารปรับกลยุทธ์ใหม่แต่งตั้ง โฆเซ่ ฟรานซิสโก้ โมลีน่า จากเทรนเนอร์เยาวชนเข้ามาทำหน้าที่แทน ฆวน การ์ลอส การ์รีโด้ เมื่อ 23 ธันวาคม ปลายปีก่อน

โมลีน่าประเดิมสนามนัดแรกด้วยการทำศึกดาร์บี้แมตช์เมือง บาเลนเซีย และ ผลบอล นำก่อนถึง 2 ประตูด้วยกันแต่ทว่าเกิดจากความผิดพลาดแนวปราการหลังทำให้ค้างคาวบาเลนเซียไล่ตามเอาชนะไปได้ในที่สุด มันเป็นการเสี่ยงครั้งที่สำคัญของฝ่ายบริหารที่ตัดสินใจเลือก อดีตนายทวารทีมชาติสเปนที่มีประสบการณ์แค่คุมทีมเยาวชนมาเป็นเทราเนอร์ และคงจะเป็นงานสาหัสสากรร ไม่น้อยที่จะมากอบกู้ในช่วงที่สโมสรตกต่ำ และยิ่งไปกว่านั้นผลงานของเขายังไม่ดีขึ้นเลยมันจึงเป็นเหตุให้คนหลายๆฝ่ายต่างพากันพูดถึงการตกชั้นของ บียาร์เรอัล เพราะมันจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน ตั้งแต่ตกชั้นไปปเมื่อปี 1998-1999 นั้น บียาร์เรอัลก็กลับขึ้นมาสู่สังเวียน ลาลีกาได้อย่างทันควันในปี 2000-2001 และยกระดับสโมสรขึ้นมาเป้นแถวหน้าในลีก วัวกระทิง อย่างรวดเร็ว และยังเคยผ่านเข้ารอบตัดเชือกเวทีชิงแชมป์ยุโรปอีกด้วย ซึ่งอดีตอันรุ่งเรื่องของทีมเกิดขึ้นระหว่างปี 2004-2009 ในยุค มานูเอล หลุยส์ เปเยกรีนี่ หลังจากที่สูญเสียเทรนเนอร์รายนี้ให้กับราชันชุดขาวเลยเป็นจุดเริ่มต้นขาลงของสโมสรก็ว่าได้ ทว่าปัญหาของบียาร์เรอัลในปัจุบันที่โมลีน่ายังแก้ไม่ได้คือเกมรับที่ 18 นัดผ่านมาพวกเขาเสียไปแล้ว 28 ประตู และเกมส์รุกที่ฝืดเคืองที่ยิงได้น้อยกว่ามาตรฐาน 18 นัด ยิงได้ 15 ประตู จากผลงาน ผลบอล ที่แย่ทำให้ทีมดังจากแควนกาสเตย่อน ตกมาอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง และจะต้องดิ้นร้นในช่วงของฤดูกาลที่เหลือ และหลายๆคนคาดไม่ถึงว่าทีมอย่างบียาร์เรอัล ต้องหนีการตกชั้น แต่มันเกิดขึ้นกับทีมดังจากเมืองกาสเตย่อนในเวลานี้

อาจจะยังไม่ใช้คำตอบที่เขาจะตกชันตอนนี้ ถ้าเมื่อไรการแข่งขันยังไม่จบฤดูกาล แต่จะเป็นข้อบ่งบอกว่า อะไรที่สูงสุดจะกลับคืนสู่สามัญ และรอวันที่จะขึ้นมาใหม่ เป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อย ฉะนั้นทีมใหญ่ๆก็ต้องระวังไว้ด้วย

ตอร์เรสที่ยังคงไร้ฟอร์มเก่ง

เฟอร์นัน โด ตอร์เรส - ผลบอล

ถ้าเปรียบนักเตะเหมือนกระบอกปืน และถ้าถามว่าปืนไหนยิงไม่ออกก็มีหลายๆ คนรู้คำตอบในใจอยู่แล้วโดยเฉพาะสาวก ผลบอล ทีม “สิงห์บลู” นับตั้งแต่ย้ายมาจากลิเวอร์พูลแบบสายฟ้าฟาดด้วยค่าตัวมหาศาล และทำให้แฟนๆ เดอะค็อป ไม่ชอบหน้าตามๆ กัน (ย้ายไปไหนก็ย้ายไปได้แต่ทำไมต้องย้ายมาในทีมคู่แข่ง) และทะลวงประตูให้กับเชลซีได้เพียงแค่ 5 ประตูตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยเป็นเกมจากพรีเมียร์ลีก 3 ลูก จากการลงแข่งถึง 32 นัด จากฟุตบอลยุโรป 2 ลูกจากการลงสนาม 9 นัด ช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่าตัวมาก

จากนั้นยังไม่พอยังโดนสื่อมวลชนจากเกาะอังกฤษโจมตีอย่างต่อเนื่องว่า กระสุนด้าน มานานติดต่อกัน 17 นัด และไม่สามารถเจาะประตูฝ่ายตรงข้ามได้ถึง 1,000 นาทีเข้าไปแล้ว นับว่าเป็นข้อมูล ผลบอล ที่น่าสงสารสำหรับเจ้า ตอร์เรส เป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อก่อนให้ความจัดจ้านจนกองหลังบางทีมต้องผวาในสมัยที่ค่าแข้งอยูกับลิเวอร์พูล และใครจะไปรู้ว่าย้ายมาเชลซีจะฝืดได้อย่างรวดเร็ว เข้าข่ายเลยว่าเปลี่ยนสีเสื้อเมื่อไรเป็นดับ และอาจจะดับสนิทด้วย ไม่ต้องบอกเลยว่าเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์บอลของเชลซีได้เลย เขาเป็นบุคลที่อันตรายมากเมื่อตอนที่เขาอยู่หงส์แดงลิเวอร์พูล แต่พอเดินเข้ารัง สิงห์บลู เสมือนเหมือนว่าไม่ใช่ ตอร์เรส คนเดิม ไม่ว่าจะลงสนามกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สายตาความมุ่งมั่น และแววตาที่บ่งบอกได้ว่าเขาไม่มีความสุขในสถานที่นี้เลยจริงๆ ต่างจากที่เขาส่วมชุดเครื่องจักรสีแดง และก็ใช่ว่ายิงไม่ได้แล้วจะช่วยทีมได้เยอะนะ ส่วนร่วมในเกมที่เขาลงสนามเกือบทุกนัดแทบไม่ได้เห็นเลย ถ้ามาเล่นลีกในประเทศไทยคงถูกจับส่งไปหาหมอ คุณไสย แน่ๆ

ในฐานะที่เป็นนักเตะค่าตัวแพงใครก็ออกมาแก้ข่าวให้ว่า ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องยิงประตูได้ขอให้ทีมชนะก็พอ มันก็คงฟังไม่ขึ้น ก็คงเหมือนกับผู้รักษาประตู ต่อให้เซพแทบตายยังไง แต่ถ้าเสียประตู และทำให้ทีมแพ้ มันก็คือแพ้ เพราะเขาซื้อตัวมาให้ป้องกันประตูไม่ได้ให้มาเสียประตู เช่นเดียวกับกองหน้าที่ชื้อตัวมาให้ไล่ล่า ผลบอล แต่ก็ทำไม่ได้ แต่สำหรับ เฟอร์นัน โด ตอร์เรส แล้วล่ะก็ไม่ว่าเขาทำอะไรก็ยังดูไม่ดี ณ เวลานี้ ยิ่งลงสนามมากขึ้นเท่าไร เขาก็จะยิ่งกดดันมากขึ้นเท่านั้นถ้ายังยิงประตูไม่ได้แบบนี้ ไม่รู้ว่าถึงวันนี้เขายังคงนึกเสียใจอยู่หรือไม่ที่การย้ายทีมในครั้งนั้นทำให้เขาต้องล้มเหลว และเกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเขาอย่างเห็นได้ชัด